ประชุมติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง

จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งระดับพื้นที่ในระยะเร่งด่วน

วันที่ 3 มี.ค.63  ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายประเวศ ไทยประยูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกประชุมส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งระดับพื้นที่ในระยะเร่งด่วน ได้แก่ การคาดการณ์ภาวะภัยแล้ง สถานการณ์น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค การจัดทำฝนหลวง สถานการณ์น้ำเพื่อการเกษตร และการคาดการณ์ผลกระทบด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

นายประเวศ ไทยประยูร กล่าวว่า ทางจังหวัด ได้แจ้งให้อำเภอสำรวจข้อมูลรายงานสถานการณ์ และแนวโน้มการเกิดภัยแล้งในระดับพื้นที่ ตามแบบสำรวจข้อมูลภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้ง และแบบพื้นฐานระบบประปาและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของอำเภอ โดยให้บูรณาการฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกระทรวงมหาดไทยได้รับทราบ ซึ่งล่าสุดกระทรวงมหาดไทยขอให้ทางจังหวัดตรวจสอบข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อยืนยันความถูกต้อง และจัดทำแผนงาน/โครงการ ที่มีความพร้อมในการดำเนินการได้ทันทีในช่วงฤดูแล้ง และปรากฏผลในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่ลักษณะอากาศทั่วไป และคาดหมายลักษณะอากาศบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำเดือนมีนาคม 2563 สภาวะอากาศทั่วไปอยู่ในช่วงฤดูร้อน ในระยะครึ่งแรกของเดือนบริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนจากประเทศจีน ยังคงแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่วงๆ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนในตอนกลางวันประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนเกือบทั่วไป จากนั้นในระยะครึ่งหลังของเดือน จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทไทยตอนบนเป็นช่วงๆ และจะมีลมใต้หรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวเกือบตลอดช่วง ส่งผลให้ประทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่

สำหรับภาคใต้ จะมีลมตะวันออกหรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เกือบตลอดช่วง ทำให้ภาคใต้ทั้งสองฝั่งมีอาการ้อนหลายพื้นที่ในบางวัน กับจะมีฝนบางพื้นที่ถึงเป็นแห่งๆ ขอให้ประชาชนเก็บน้ำและใช้น้ำให้ได้ประโยชน์สูงสุด และบางช่วงอากาศจะแห้มาก อาจจะเอื้อต่อการเกิดอัคคีภัยและไฟป้าได้ ขอให้ระมัดระวังการใช้เชื้อเพลิงในการทำกิจกรรมต่างๆ ไว้ด้วย.

Back To Top